หลักสูตรอาชีพ

หลักสูตรการตีมีด

หลักการและเหตุผล

ในปัจจุบันยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการตีมีด เจ้าของภูมิปัญญาในการตีมีดคือ นายมงคล  ชูศรีทอง 

ปัจจุบันอาศัยอยู่เลขที่ 3 บ้านโพธิ์ชัย  หมู่ 12  ต.ขามเปี้ย  อ.โพธิ์ชัย  จ.ร้อยเอ็ด  เกิดวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2484 

แม้ปัจจุบันจะมีอายุ 68 ปีแล้วก็ยังคงประกอบอาชีพตีมีดอยู่  โดยเน้นความประณีตและคุณภาพ  เหล็กที่นำมา

ใช้ตีมีดต้องเป็นเหล็กคุณภาพดีเท่านั้น  ปัจจุบันได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับ  นายบรรจง ชูศรีทอง 

ซึ่งเป็นลูกชายได้สืบทอดต่ออุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ใน การตีมีด ได้แก่ เหล็ก  เตาเผา  ถ่านไม้และเหล็กเขี่ยถ่าน  ทั่งเหล็กสำหรับใช้รองเหล็กที่จะตีหรือตัด  ค้อนเหล็ก  เหล็กสกัดสำหรับตัดเหล็กให้ได้ขนาดตามต้องการ 

คีมจับเหล็ก  ตะไบเหล็ก  เครื่องเจียระไนไฟฟ้า  เครื่องสูบลมไฟฟ้า  อ่างน้ำหรือถังน้ำ  หินลับมีด  เหล็กตอก

ลวดลาย (ตุ๊ดตู่)  เศษผงเหล็กสำหรับขัดผิวเหล็กให้เรียบ  โดยนำเอาเหล็กแหนบรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้และเหล็ก

ฝานรถไถที่เก่านำมาตีขึ้นรูป เป็นมีดเดินป่า และมีดใช้ในครัวเรือนนอกจากนั้นยังผลิตเป็น จอบ เสียม ขวาน

อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้แล้วการตีเหล็กยังเป็นงานศิลปะอาชีพของท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การ อนุรักษ์ไว้ให้

อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป   

 

วัตถุประสงค์
1.  เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพให้แก่ประชาชนที่ไม่มีอาชีพให้มีอาชีพมีงาน

    ทำ  มีรายได้
2.  เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพเดิมของประชาชนให้มีความมั่นคงยั่งยืน  และมีรายได้สูงขึ้น

3.  เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีทักษะของการเป็นผู้ประกอบการจากการเรียนรู้  การฝึกปฎิบัติงานจริง

4.  เผยแพร่ความรู้ ภูมิปัญญาของคนในชุมชน

5.  จัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ ภูมิปัญญาของคนในชุมชน

 

สาระการเรียนรู้

1.  ความหมายของการตีมีด

2.  วัสดุการตีมีด

3.  ขั้นตอนการตีมีด

4.  ฝึกปฏิบัติ

 

โครงสร้างหลักสูตร(วันละ  3  ชั่วโมง   รวมจำนวนชั่วโมง   100  ชั่วโมง )

 1.  การศึกษาเนื้อหาในรายวิชาภาคการบรรยายหลักสูตรรายวิชาการตีมีด   จำนวน    6    ชั่วโมง

 2.  การศึกษาวัสดุ – อุปกรณ์ในการทอและการเตรียมวัสดุ – อุปกรณ์ในการตีมีด จำนวน   12  ชั่วโมง

 3.  การเลือกเหล็กตีมีด       จำนวน   4  ชั่วโมง 

 4.  การเริ่มกระบวนการตีมีด  จำนวน     77   ชั่วโมง

 5.  แนวทางในผลิตและด้านการตลาด    จำนวน   1   ชั่วโมง

 6.   ปัญหาและอุปสรรคแนวทางการแก้ไข    จำนวน   1    ชั่วโมง

 7.  วัดผลและประเมินผล     จำนวน    1    ชั่วโมง

 

กระบวนการเรียนรู้

1.  บรรยาย/สื่อเอกสารประกอบคำบรรยาย

2.  Powerpoint  ประกอบการสอน

3.  สาธิต

4.  ฝึกปฎิบัติจริง

5.  พบผู้รู้/ผู้มีประสบความสำเร็จ/ศึกษาดูงาน

 

สื่อการเรียนรู้

1.  เอกสารประกอบการอบรม

2.  หนังสือค้นคว้าที่เกี่ยวกับการตีมีด

3.  ภูมิปัญญาท้องถิ่น

4.  วิทยากร

5.  Powerpoint  ประกอบการสอน

 

ระยะเวลา

                หลักสูตรการตีมีด  ใช้เวลา   100  ชั่วโมง

ภาคทฤษฎี  20  ชั่วโมง        ภาคปฏิบัติ  80  ชั่วโมง

 

การวัดผลและประเมินผล

                วิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้  ประกอบด้วย

1.  การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

2.  การสังเกต

3.  ผลงานจากการปฏิบัติ

 

ขั้นตอนและกรรมวิธีในการตีมีด มีดังนี้

 

1. การตัดและผ่าเหล็ก  ช่างจะนำเหล็กที่จะใช้ทำมีดมาวัดขนาดความยาวเท่ากับชนิดของมีดที่ต้องการ  แล้วนำส่วนที่จะตัดไปเผาจนเหล็กร้อนแดงได้ที่  จากนั้นจะใช้คีมจับไปวางบนทั่ง  ตัดด้วยเหล็กสกัด  แล้วนำเหล็กที่ตัดไปเผาไฟอีกครั้งเพื่อผ่าทแยงตามความยาวของเหล็ก

 

2. การแบนหรือการตีหลาบ คือ นำท่อนเหล็กที่ผ่าแล้วไปเผาไฟให้ร้อนแดงแล้วใช้คีมคีบออกมาวางบนทั่ง  เพื่อตีให้แบนและได้รูปทรงของมีดตามที่ต้องการ  การเผาเหล็กให้ร้อนแดงแล้วนำมาตีแต่ละครั้ง  ช่างเรียกว่า “แดง”  การแบนมีดจะเริ่มจากส่วนที่เป็นด้ามหรือกั่นมีดก่อน  แล้วจึงตีส่วนที่เป็นตัวมีด

 

3. การทำบ้องหรือเดือย  บ้องหรือเดือย คือ สันที่เป็นด้ามมีด  ด้ามมีดที่เป็นแบบเดือยทำได้โดยช่างจะตีส่วนโคนของด้ามมีดให้มีลักษณะเรียว ปลายแหลม  เพื่อนำไปเสียบฝังในด้ามไม้  ส่วนการบ้อง คือ การตีเหล็กส่วนโคนของมีดให้เป็นแผ่นแล้วตีให้ปลายทั้ง 2 ด้านโค้งเข้าหากัน  ด้ามมีแบบบ้องสามารถนำไปใช้ได้เลย  หรืออาจใช้ด้ามไม้ต่อให้ยาวขึ้น

 

4. การตีแต่ง  เป็นการตีเหล็กเพื่อให้ผิวเหล็กเรียบและได้มีดที่มีรูปร่างตามต้องการ  ย้ำคมให้บางและตรง

 

5. การตะไบแต่ง  หลังจากที่ตีมีดให้ได้รูปตามที่ต้องการแล้ว  ช่างจะตะไบแต่งส่วนคมมีดโดยใช้ตะไบเหล็ก  แต่ปัจจุบันมักใช้เครื่องเจียระไนไฟฟ้าเป็นเครื่องทุ่นแรง

 

6. การชุบคม  ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งของการตีเหล็ก  ซึ่งช่างต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ  เพราะเป็นขั้นตอนที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีความคม  แข็ง  ไม่บิ่นง่าย  โดยนำเหล็กที่ใช้ทำมีดที่ตกแต่งคมเรียบร้อยแล้วไปเผาเฉพาะส่วนคมเท่านั้น  เมื่อเหล็กร้อนแดงเสมอกันโดยตลอดแล้ว (มีสีแดงเหมือนลูกหนู)  จะรีบนำมาจุ่มในอ่างน้ำ  โดยจุ่มลงไปเฉพาะส่วนคม  ประมาณ 1-2 เซนติเมตร  การจุ่มน้ำจะต้องทำอย่างรวดเร็ว  ประมาณ 1-2 ครั้ง  ในช่วงที่เหล็กที่เผาเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีเหลือง  ให้รีบจุ่มลงในอ่างน้ำทันที  และแช่ไว้จนเย็นจึงนำขึ้น  ก็จะได้มีดที่มีคมแข็ง  ไม่บิ่นหรือบิดเบี้ยวง่าย  หากจุ่มน้ำเร็วเกินไปคือในช่วงที่เหล็กเปลี่ยนเป็นสีขาว  จะทำให้มีดแข็งและบิ่นง่าย  หรือหากจุ่มน้ำช้าไปคือตอนที่เหล็กเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว  ก็จะทำให้เหล็กคืนตัว  ทำให้คมมีดไม่แข็ง  บิดเบี้ยวง่าย  และใช้การได้ไม่ดี

 

7. การตกแต่งลวดลายลงด้านบนของมีด

 

การเลือกมีดที่มีคุณภาพดีให้ ทดลองใช้คมมีดถูสันมีดเล่มอื่น  หากถูไปแล้วติดคม  ไม่ลื่น  แสดงว่าคมมีดแข็ง  คม  เหมาะที่จะซื้อไปใช้งาน  หากถูแล้วลื่น  ไม่ติดคม  แสดงว่ามีชุบคมไม่ดี  เมื่อนำไปใช้งานจะทื่อ

 

 

หลักสูตรอาชีพ 

 

                                                                                       เรื่องการทอผ้าลายตาควาย

 

 

 

หลักการและเหตุผล

 

          การจัดทำหลักสูตรการทอผ้าลายตาควาย  เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคนไทยให้ได้รับการศึกษา  เพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานทำอย่างมีคุณภาพ  ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน  สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง  ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองโดยการดำเนินงานพัฒนาอาชีพและการมีงานทำที่มุ่งเน้นการจัดอบรม / สัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในด้านต่างๆให้มีความพร้อมที่จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

              ผ้าลายตาควายเป็นผ้าทอมือที่ในปัจจุบันนี้มีน้อยลงทุกทีที่มีอยู่เป็นผ้าที่มีลายที่มีในสมัยใหม่และมีอยู่ทั่วไปไม่เป็นที่สนใจของตลาดมากนัก  ผ้าลายตาควายเป็นผ้าที่มีอยู่ในสมัยก่อนเราควรร่วมมือกันในการอนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่กับสังคมไทยให้ชั่วลูกชั่วหลาน

 

              การจัดทำหลักสูตรการทอผ้าลายตาควาย  เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถนำผลผลิตที่ สามารถนำไปจำหน่ายได้  สามารถทำเป็นอาชีพ   สร้างโอกาส   สร้างอาชีพ    สร้างรายได้กับกลุ่มและครอบครัว   สร้างสรรค์สังคมให้มีการพัฒนาพึ่งพาตนเองบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

 จุดมุ่งหมาย / วัตถุประสงค์

 

๑.     เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้และความสำคัญเกี่ยวกับการทอผ้าลายตาควาย

 

๒.    เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความคิดวิเคราะห์  คิดเป็น  ทำเป็น  แก้ปัญหาเป็น  ในการลงมือปฏิบัติจริง

 

           ๓.    เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริง  สามารถทำเป็นอาชีพ  สร้างงาน  สร้างอาชีพ  สร้างรายได้กับกลุ่มและครอบครัว   สร้างสรรค์สังคมให้มีการพัฒนาพึ่งพาตนเองบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

 กลุ่มเป้าหมาย

 

๑.     นักศึกษา กศน.

 

๒.    ประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่ว่างงาน  ผู้ไม่มีอาชีพ

 

๓.    ผู้ที่มีอาชีพและต้องการพัฒนาอาชีพ

 

 สาระการเรียนรู้

 

         ศึกษาเกี่ยวกับการทอผ้าลายตาควาย  ศึกษาภาคทฤษฎีในเนื้อหาการทอผ้าลายตาควาย   วัสดุที่ใช้ในการทอผ้าลายตาควาย   อุปกรณ์ที่ใช้ในการทอผ้าลายตาควาย   การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์   การลงมือปฏิบัติจริงเป็นกระบวนการเรียนรู้ในภาคการปฏิบัติการทอผ้าลายตาควาย   สรุปผลและประเมินผล   ศึกษาอุปสรรคและปัญหา   แนวทางในการแก้ไข   ผลสำเร็จของผลงาน

 

 โครงสร้างหลักสูตร(วันละ  ๓  ชั่วโมง   รวมจำนวนชั่วโมง   ๓๐  ชั่วโมง )

 

           มาตรฐานที่  ๑   -  การศึกษาเนื้อหาในรายวิชาภาคการบรรยายหลักสูตรรายวิชาการทอผ้าลายตาควาย     

 

                                        จำนวน    ๑    ชั่วโมง

 

           มาตรฐานที่  ๒  -  การศึกษาวัสดุ อุปกรณ์ในการทอและการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการทอ              

 

                                        จำนวน   ๒   ชั่วโมง

 

           มาตรฐานที่  ๓  -  การศึกษาในทางการปฏิบัติการเริ่มต้นการขึ้นด้ายหูกทางเครือ  การสืบหูก  

 

                                        จำนวน   ๖  ชั่งโมง

 

        มาตรฐานที่  ๔  -  การนำเครือหูกขึ้นกี่( ออกหมากหญ้า )  การปั่นด้ายใส่หลอดและเริ่มการทอ

 

                                        หัวหูก   เริ่มการทอหูก   จำนวน   ๓  ชั่วโมง

 

           มาตรฐานที่   ๕  -  การเริ่มกระบวนการทอผ้าลายตาควาย  จำนวน     ๑๕   ชั่วโมง

 

           มาตรฐานที่   ๖   -  แนวทางในผลิตและด้านการตลาด    จำนวน   ๑   ชั่วโมง

 

           มาตรฐานที่   ๗  -  ปัญหาและอุปสรรคแนวทางการแก้ไข    จำนวน   ๑    ชั่วโมง

 

           มาตรฐานที่   ๘  -  วัดผลและประเมินผล     จำนวน    ๑    ชั่วโมง

 

 กระบวนการเรียนรู้

 

           ๑.   การเรียนรู้เนื้อรายวิชาหลักสูตรการทอผ้าลายตาควาย  ความสำคัญของการทอผ้า  การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ลวดลาย  ซึ่งจะมีความสวยงาม  ความประณีต   ความละเอียดอ่อนของลวดลาย   ความแปลกใหม่   น่าสนใจ   เป็นที่นิยมในท้องตลาด

 

           ๒.   การเรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุในการทอผ้าลายตาควายการคัดเลือกเส้นด้ายทางเครือ  การคัดเลือกเส้นด้ายทางทอ

 

           ๓.   การเรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ในการทอ  อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในกระบวนการทอ  การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการทอ  

 

           ๔.   การเรียนรู้เกี่ยวกับการขึ้นด้ายหูกทางเครือจะขึ้นอยู่กับอายุฝืมที่ใช้ทอ  การสืบหูก

 

           ๕.   การเรียนรู้เกี่ยวกับการขึ้นหูก  การปั่นด้ายใส่หลอด  การเริ่มทอหัวหูก  การเริ่มกระบวนการทอจนจบการทอหูกและการเอาหูกลงกี่

 

           ๖.   การเรียนรู้คิดวิเคราะห์ถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆตั้งแรกเริ่มในการทอผ้าลายตาควาย  และเรียนรู้ในการหาแนวทางในการแก้ไข

 

           ๗.   การเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางในการผลิต   ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพที่ดีมีความต้องของตลาด  มีความสวยงาม  ความประณีต   ความละเอียดอ่อนของลวดลาย   ความแปลกใหม่   น่าสนใจ   และด้านการตลาด  เป็นการศึกษาในด้านการตลาด  ความต้องการของตลาด       

 

ระยะเวลา

 

           ระยะเวลาในการเรียนหลักสูตรการทอผ้าลายตาควายเวลาเรียนทั้งหมดจำนวน    ๓๐   ชั่วโมง

 

 สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้

 

           ๑.   ใบความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าลายตาควาย

 

           ๒.   ความรู้จากวิทยากรและสื่ออิเล็กทรอนิกส์

 

           ๓.   วัสดุ อุปกรณ์เกี่ยวกับการทอผ้าลายตาควาย

 

 การวัดผลและประเมินผล

 

            ๑.      แบบบันทึกการเรียนรู้

 

        ๒.     แบบสอบถาม

 

            ๓ .    ผลงานและชิ้นงานที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง

 

 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 

๑.     ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าลายตาควายทั้งในด้านทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ

 

๒.    ผู้เรียนเล็งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับการทอผ้าลายตาควายและประโยชน์ของการทอ

 

       ผ้าลายตาควาย

 

๓.    ผู้เรียนสามารถคิดเป็น  ทำเป็น  แก้ปัญหาเป็น  เกิดความคิดสร้างสรรค์  เกิดกระบวนการ

 

       เรียนรู้ให้มีการพัฒนาพึ่งพาตนเองบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

๔.    ผู้เรียนมีอาชีพ  มีรายได้  และสามารถพัฒนาอาชีพจากการศึกษาหลักสูตรการทอ

 

ผ้าลายตาควาย

 

  

 

คำแนะนำในการใช้หลักสูตรท้องถิ่น

 

 

 

          หลักสูตรท้องถิ่นตามนโยบายสถานศึกษา  การเรียนรู้ตลอดชีวิตจัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้เรียน  และบุคคลทั่วไปที่ความสนใจได้ใช้หลักสูตรท้องถิ่นและประสบการณ์ที่ได้รับ  ตลอดจนประเมินผลการทำกิจกรรมของการใช้หลักสูตรของสถานศึกษา

 

                ศึกษาเนื้อหาจากใบความรู้  และศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้อื่นๆ  ตามความเหมาะสม  อนึ่งการจัดกิจกรรมจะเกิดผลประโยชน์สูงสุด  ผู้เรียนและบุคคลทั่วไปที่สนใจ  ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

 

๑.     ศึกษาเนื้อหาจากใบความรู้  และศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้อื่นๆ  ตามความเหมาะสม 

 

๒.    สรุป  ทำใบงาน

 

๓.    ทำแบบประเมินความพึงพอใจ

 

๔.    ทำแบบประเมินความต้องการ

 

            การจัดกิจกรรมดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้  ผู้เรียนและบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ  ต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตามขั้นตอน  ตลอดจนนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน  และขยายผลต่อสังคมและชุมชนทั้งนี้เพื่อร่วมกันสร้างคุณภาพการเรียนรู้และก่อประโยชน์แก่สังคมโดยรวมต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s